พตต.แทบช็อก ร่างนศ.สาวโผล่
เหตุสลดใจ น.ส.เสาวภา ประชุม อายุ 22 ปี นักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ เอกบริหารธุรกิจ ชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ผูกคอตายในบ้านเช่าเลขที่ 4/193 หมู่บ้านการเคหะชุมชนนครศรีธรรมราช อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อนนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานสาเหตุมาจากพยายามติดต่อกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาหรือ กยศ. เพื่อขอกู้เงินลงทะเบียนเรียน เพราะได้กู้มาตั้งแต่ปี 1 และเหลืออีกปีเดียวจะจบการศึกษา แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ต้องยืมเงินเพื่อนใช้ไปก่อน และเกรงว่าจะไม่ได้รับการอนุมัติเงินกู้ต่อ ทำให้เครียดจัดฆ่าตัวตาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายแพทย์ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการ กยศ. ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งใหม่ เปิดเผยว่า การจัดสรรเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคตหรือ กรอ. ให้กับสถาบันการศึกษาและผู้กู้นั้น สำนัก งานอัยการสูงสุดอยู่ระหว่างตรวจสัญญาที่ยกร่างขึ้นใหม่ เพื่อความรอบคอบ ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเวลาชำระหนี้ได้ เนื่องจากได้ปรับแก้สาระบางประเด็นในสัญญาเก่า เช่น รูปแบบการชำระหนี้โดยเปลี่ยนจาก กรอ.มาชำระแบบ กยศ.
นายแพทย์ธาดากล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ หลังสัญญาแล้วเสร็จ ผู้กู้จะต้องทำสัญญากู้ใหม่ จากนั้นจะส่งให้ธนาคารกรุงไทยฯ เพื่อจัดสรรเงินให้ต่อไป เชื่อว่าจะได้รับเงิน กรอ.ทันภาคเรียนที่ 2/2550 แน่นอน และยืนยันว่าทุกคนจะได้รับเงิน เพราะเตรียมงบประมาณไว้แล้ว จำนวน 4,400 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้รับนโยบายจากปลัดกระทรวงการคลังและอธิบดีกรมบัญชีกลางต้องให้นักเรียนนักศึกษาเข้าถึงประโยชน์ของ กยศ. จึงจะประชุมคณะทำงานเพื่อถ่ายทอดนโยบายไปสู่การปฏิบัติ
ส่วนการจัดสรรเงิน กยศ. กว่า 30,000 ล้านบาทให้กับผู้กู้นั้น ผู้จัดการกองทุน กยศ. เปิดเผยว่า เริ่มทยอยให้แล้ว และขอฝากถึงผู้ที่ครบกำหนดชำระหนี้ด้วยว่า ขอให้ติดต่อธนาคารกรุงไทยฯ หากยอดผู้ชำระมีมากขึ้น จะได้มีเงินให้รุ่นต่อไปได้กู้ สำหรับงบประมาณของ กยศ. และ กรอ.ของปี 2551 ขณะนี้อยู่ในขั้นพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2551 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หากได้รับความเห็นชอบ ก็จะได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 41,000 ล้านบาท มาจากงบประมาณแผ่นดินและเงินของ กยศ.เอง สามารถรองรับผู้กู้ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน
ขณะที่นายสุเมธ แย้มนุ่น รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ กกอ. เผยผลการประชุมคณะอนุกร รมการบัญชีจ่ายที่ 2 ว่า ได้อนุมัติรายชื่อผู้ขอกู้เงิน กยศ. ที่ขาดคุณสมบัติ แต่ไม่ร้ายแรง เช่นใช้เวลาศึกษาเกินกว่าหลักสูตรกำหนด ซึ่งมีผู้ขอกู้ 684 คน จาก 9 มหาวิทยาลัย ทั้งของรัฐและเอกชน ในจำนวนนี้ 663 คนอนุมัติให้กู้เพิ่มขึ้น คิดเป็นเงินรวม 34,529,930 บาท แต่มีเงื่อนไขคือจะต้องมีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1.5 และจำนวนหน่วยกิตที่เรียนในปีสุดท้ายเหลือไม่เกิน 36 หน่วยกิต นอกจากนี้จะกู้ยืมได้ไม่เกิน 1 ปีของหลักสูตรที่เรียน ส่วนผู้กู้ที่เหลือไม่ได้รับการอนุมัติ
สำหรับการพิจารณาจัดสรรวงเงินกู้ กยศ.รอบ 2 นั้น นายสุเมธกล่าวว่า มีมหาวิทยาลัยยื่นเรื่องขอกู้เพิ่ม 95 แห่ง จำนวน 30,355 ราย เป็นเงิน 1,725 ล้านบาท และยังมีมหาวิทยาลัยที่ยังไม่ส่งข้อมูลว่าจะขอกู้เพิ่มหรือไม่ อีก 44 แห่ง ที่ประชุมจึงขยายเวลาให้ส่งข้อมูลจนถึงวันที่ 10 ส.ค. ก่อนจะจัดสรรเพิ่มเติมรอบ 2 โดยมีหลักเกณฑ์พิจารณาคือ เป็นผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนภาคใต้ เป็นผู้เรียนสาขาวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสาขาขาดแคลน และกลุ่มทั่วไป
รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อไปว่า ในปีนี้เตรียมเงินกู้ กยศ.สำหรับผู้กู้จำนวน 48,967 คน โดยรอบแรกจัดสรรไปแล้ว 41,561 คน เหลือเพียง 7,406 คน แต่มีผู้แสดงความจำนงขอกู้เพิ่ม 30,355 คน แสดงว่ายังมีผู้ต้องการเงินกู้อีกมาก อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าเงินที่จัดสรรไปรอบแรกน่าจะเหลือ จึงขอให้ กยศ.ขยายเพดานจำนวนผู้กู้เพิ่มขึ้น และขอใช้เงินที่เหลือมาให้กับผู้ขอกู้รายใหม่ในรอบที่ 2 เพราะมีผู้กู้รายเก่าจำนวนหนึ่งขอกู้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ กยศ.วางไว้ ทำให้มีเงินเหลือ 3,133 ล้านบาท
นายวันชัย ศิริชนะ อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มหาวิทยาลัยทุกแห่งพร้อมผ่อนผันให้นักศึกษาแต่ละแห่งมีวิธีของตัวเอง ยึดหลักไม่ให้นักศึกษาต้องออกจากการเรียนจากสาเหตุไม่มีเงิน ส่วนนายสว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ พิบูลสงคราม ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กรณีที่เงินจาก กยศ.มาถึงผู้กู้ช้า มหาวิทยาลัยราชภัฏมีแนวทางปฏิบัติ 4 วิธี เพื่อช่วยเหลือนักศึกษา
วิธีแรกคือ กรณีนักศึกษาเป็นผู้กู้ของ กยศ. หรือ กรอ.เดิม และเปลี่ยนแปลงมากู้ กยศ. โดยทำสัญญาเงิน กู้เรียบร้อยแล้ว มหาวิทยาลัยจะรอเงินลงทะเบียนที่ส่งตรงมาจาก กยศ. นักศึกษาไม่ต้องจ่ายเงินก่อน หากเงินจาก กยศ.มาช้า มหาวิทยาลัยก็ได้รับช้า ซึ่งก็ช้าทุกปี วิธีที่สอง กรณีนักศึกษาทั่วไปที่ไม่ได้กู้ กยศ. แต่ผู้ปกครองส่งเงินมาช้า ก็จะมีกองทุนให้กู้ยืมเพื่อชำระเงินลงทะเบียนก่อนและนำมาคืนภายหลัง วิธีที่สาม กรณีเด็กที่ยากจนจริงๆ ก็จะมีทุนให้เปล่า เป็นเงินบริจาคจากบุคคลต่างๆ ปีหนึ่งๆมีร้อยกว่าทุน และวิธีสุดท้าย หากลงทะเบียนล่าช้าก็จะลดค่าลงทะเบียนล่าช้าให้ จึงไม่อยากให้นักศึกษา เครียด กรณีที่ไม่มีเงินก็ขอให้ติดต่อมหาวิทยาลัยโดยตรง ทุกแห่งพร้อมให้การช่วยเหลือ
ที่รัฐสภา ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติหรือ สนช. เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดของนายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. กรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชฆ่าตัวตาย แต่ พล.อ.จรัล กุลละวณิชย์ ผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม แจ้งว่า รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามสดได้ จึงขอเลื่อนวาระการพิจารณาไปเป็นสัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายวิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ ที่ได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้มีกำหนดไปประชุม ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทางภาคอีสาน ที่ราชาวดีรีสอร์ท จ.ขอนแก่น และเป็นประธานเปิดงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น และเมื่อกลับถึงกรุงเทพมหานครก็ต้องไปเลี้ยงต้อนรับคณะกรรมการวิชาการการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัย โลกที่โรงแรมดุสิตธานี ส่วนนายวรากรณ์ สามโกเศศ รมช.ศึกษาธิการ ไปประชุมองค์การยูเนสโกที่กรุงปักกิ่งตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. และกลับมาช่วงค่ำของวันที่ 2 ส.ค. ด้าน จ.นครศรีธรรมราช บ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปสังเกตการณ์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช พบว่านักศึกษาจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น.ส. โบว์ (นามสมมติ) กล่าวว่า ตนและเพื่อนหลายคนยังไม่ได้ รับเงินกู้ยืม ทุกคนเดือดร้อนมาก ขณะที่ น.ส.ศิริขวัญ (นามสมมติ) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยไม่เคยประกาศหรือชี้แจงเลย มีแต่ข่าวลือว่าจะได้รับเงินเดือนกันยายน นักศึกษาต่างเกรงว่าจะไม่ได้รับเงินกู้
ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 นายอรรถพล ตรึกตรอง รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 ได้เชิญผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัด ตัวแทนจากสำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตนักเรียนนักศึกษา หลังการประชุมนายอรรถพลกล่าวว่า เพื่อหาแนวทางดูแลนักเรียนนักศึกษาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากก่อนหน้า น.ส.เสาวภา ประชุม ผูกคอตายนั้น เมื่อวันที่ 5 ก.ค. มีนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช ผูกคอตายที่หอพักตรงข้ามวิทยาลัย สันนิษฐานสาเหตุอาจมีทั้งปัญหาครอบครัวและเรื่องการเงินด้วย
นายแพทย์ประวิง เอื้อนนทัช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กล่าวว่า หน่วยจิตเวชของโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช จะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและสถาบันการศึกษาให้จิตแพทย์เข้าไปร่วมสอบสวนในคดีนี้ด้วย เพื่อหาผลสรุปมูลเหตุฆ่าตัวตายทางจิตเวช แม้ว่าในเบื้องต้นแพทย์เวรจะรายงานมาแล้ว แต่ยังไม่พอ จากนั้นจะทำโครงการป้องกันทางจิตวิทยา โดยจัดทีมจิตแพทย์ออกเยี่ยมดูแลสุขภาพจิตนักเรียนนักศึกษาตามสถาบันต่างๆ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นถือว่าน่าเป็นห่วงมาก
ต่อมาตอนเย็นวันที่ 2 ส.ค. ผู้สื่อข่าวไปที่ สภ.ย่อยมหาชัย อ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งอยู่ประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เนื่องจากมีนักศึกษาร่ำลือว่าวิญญาณของ น.ส.เสาวภายังวนเวียนอยู่ที่คณะ โดยผู้ประสบเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อไปถึงพบกับ พ.ต.ต.อิทธิพล บุญพินิจ สารวัตรเวร สภ.ย่อยมหาชัย เปิดเผยว่า เมื่อตอนตี 3 ของคืนวันที่ 1 ส.ค. ต่อเนื่องกับวันที่ 2 ส.ค. ขณะตนเข้าเวรและนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่เคาน์เตอร์ รู้สึกว่ามีคนมายืนอยู่ข้างหน้า
พ.ต.ต.อิทธิพลเล่าต่อไปว่า เมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบผู้หญิงอายุประมาณ 20 ปี แต่งกายชุดนักศึกษา ที่คอผูกเนกไทสีเทา มือซ้ายจับปลายเนกไทไว้ ผู้หญิงคนดังกล่าวพูดว่า สารวัตรมีคนถูกขังร้องขอความช่วยเหลืออยู่ที่ตึกคณะวิทยาการจัดการ ซึ่งอยู่ห่างจากโรงพัก 300 เมตร จึงลุกไปบอกลูกน้องที่อยู่ด้านหลังเพื่อจะออกไปตรวจ แต่เมื่อหันกลับมา ผู้หญิงที่มาแจ้งความหายไปแล้ว ก็ไม่ได้เอะใจ คาดว่าคงจะรีบกลับไป เมื่อตนไปถึงตึกคณะวิทยาการจัดการ เดินตรวจจนทั่วก็ไม่พบความผิดปกติ จากการสอบถามยามก็ไม่มีใครเห็น กระทั่งตอนเช้า เมื่อหยิบหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับที่ลงภาพและข่าวของ น.ส.เสาวภามาดูอีกทีก็พบว่าผู้ตายมีใบหน้าเหมือนกับผู้หญิงที่มาแจ้งความ ทำเอาเกือบสติแตก ขนหัวลุกและได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้พรรคพวกและนักศึกษาที่รู้จักกันฟัง จากนั้นและรีบไปทำบุญถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้ เชื่อว่าวิญญาณ น.ส.เสาวภาคงเป็นห่วงเรื่องการเรียนหรือมาดูความคืบหน้าเรื่องเงินกู้ เลยมาตามไปช่วยดูแล




